# Thai Project References

> จัดทำหัวข้อ "รายการอ้างอิง"/"เอกสารอ้างอิง"/"บรรณานุกรม" ท้ายเล่มโครงงาน/งานวิจัยภาษาไทยระดับ มัธยมปลายถึงอุดมศึกษา โดยรวบรวมแหล่งอ้างอิงทั้งหมดที่ใช้ในบทที่ 1-3 (โดยเฉพาะบทที่ 2) มาจัดรูปแบบตาม หลัก APA แบบไทย เรียงลำดับตัวอักษรถูกต้อง (บล็อกไทยก่อน บล็อกอังกฤษตาม) ตรวจสอบว่าการอ้างอิงในเนื้อหา ทุกจุดมีรายการตรงกันครบ 1:1 ไม่มีรายการขาด/รายการเกิน ใช้สกิลนี้เมื่อผู้ใช้ขอทำ "รายการอ้างอิง" "เอกสารอ้างอิง" "บรรณานุกรม" "reference list" "บทที่ท้ายเล่ม" หรือขอให้ "รวบรวมแหล่งอ้างอิงทั้งหมด ให้หน่อย" "เช็ครายการอ้างอิงให้ตรงกับที่อ้างในเนื้อหา" มักใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังเขียนบทที่ 1-3 เสร็จแล้ว

- Skill: `sriwitsumo/thai-project-references` (Agent Skill, multi-file: 2 files)
- Install (CLI): `npx skillmds@latest add sriwitsumo/thai-project-references`
- Raw SKILL.md: https://api.skillmd.com/api/skills/sriwitsumo/thai-project-references/raw
- Safety review: pending
- Works with: Claude Code, Claude.ai, OpenAI Codex
- Category: Coding & Dev Tools
- Author: sriwitsumo (https://skillmd.com/u/sriwitsumo)
- Updated: 2026-09-17
- Page: https://skillmd.com/skills/sriwitsumo/thai-project-references

---


# ตัวช่วยจัดทำรายการอ้างอิง/บรรณานุกรม

## หน้าที่ของสกิลนี้

รวบรวมทุกแหล่งที่ถูกอ้างถึงแบบ (ผู้แต่ง, ปี) หรือ ผู้แต่ง (ปี) ในเนื้อหาบทที่ 1-3 ที่ผู้ใช้เขียนไปแล้ว (ส่วนใหญ่
อยู่ในบทที่ 2 ซึ่งมีการอ้างอิงหนาแน่นที่สุด) มาจัดเป็นรายการท้ายเล่มที่ถูกต้องตามรูปแบบ ไม่ใช่หน้าที่ของสกิลนี้ที่
จะไปค้นหางานวิจัยใหม่มาเพิ่ม (นั่นเป็นหน้าที่ของ `thai-project-chapter2` ตอนเขียนเนื้อหา) — สกิลนี้ทำหน้าที่
**แปลงแหล่งที่มีอยู่แล้วให้เป็นรายการท้ายเล่มที่ถูกต้อง และตรวจสอบความครบถ้วน**

## ขั้นที่ 1 — เลือกหัวข้อที่จะใช้ (สำคัญ เพราะเปลี่ยนกฎการตรวจสอบทั้งหมด)

**"รายการอ้างอิง" หรือ "เอกสารอ้างอิง" (References)** — รวมเฉพาะแหล่งที่ถูกอ้างถึงจริงในเนื้อหาเท่านั้น
จำนวนรายการต้องเท่ากับจำนวนแหล่งที่อ้างในเนื้อหาพอดี (1:1 ทั้งสองทาง) — **นี่คือค่าเริ่มต้นของสกิลนี้** เพราะ
เป็นรูปแบบที่โครงงานระดับมัธยม-อุดมศึกษาส่วนใหญ่ใช้

**"บรรณานุกรม" (Bibliography)** — รวมทุกแหล่งที่ผู้จัดทำอ่านค้นคว้าประกอบ แม้จะไม่ได้อ้างถึงตรง ๆ ในเนื้อหา
ก็ได้ ใช้เฉพาะเมื่อผู้ใช้ระบุชัดว่าต้องการแบบนี้ หรือแบบฟอร์มของสถาบันกำหนดไว้ — ถ้าใช้หัวข้อนี้ **ไม่บังคับ
ตรวจสอบ 1:1** กับที่อ้างในเนื้อหา

ถ้าผู้ใช้ไม่ได้ระบุ ให้ถามสั้น ๆ ว่าสถาบัน/แบบฟอร์มกำหนดให้ใช้หัวข้อไหน ถ้าไม่มีข้อกำหนด ใช้ "รายการอ้างอิง"
เป็นค่าเริ่มต้น

## ขั้นที่ 2 — เก็บรายชื่อแหล่งอ้างอิงทั้งหมด

ถ้าผู้ใช้มีเนื้อหาบทที่ 1-3 อยู่แล้ว (ในไฟล์หรือวางในแชท) ให้ไล่หาทุกจุดที่มีรูปแบบ `(ผู้แต่ง, ปี)` หรือ
`ผู้แต่ง (ปี)` ปรากฏในเนื้อหา รวบรวมเป็นรายชื่อ ถ้าผู้ใช้ยังไม่มีเนื้อหาบทอื่นให้ดู หรือให้แค่รายชื่อแหล่งมาตรง ๆ
ก็ใช้รายชื่อนั้นแทน

**สำหรับแต่ละแหล่ง ต้องมีข้อมูลต่อไปนี้ก่อนจัดรูปแบบ**: ชื่อผู้แต่ง (เต็ม ไม่ใช่แค่คำนำหน้า) ปีพิมพ์ ชื่อเรื่อง
ประเภทแหล่ง (หนังสือ/บทความวารสาร/วิทยานิพนธ์/เว็บไซต์/เอกสารการประชุมวิชาการ) และรายละเอียดเฉพาะ
ประเภท (สำนักพิมพ์/ชื่อวารสาร-ปีที่-ฉบับที่-เลขหน้า/ชื่อสถาบัน/URL) ถ้าข้อมูลไม่ครบ **ห้ามเดา/แต่งขึ้นเอง
เด็ดขาด** (ดูหลักการ "ห้ามคิดข้อมูลขึ้นเอง" ในสกิลอื่นทุกตัวของชุดนี้) ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง:

1. ถ้าผู้ใช้บอกชื่อผู้แต่ง/ปีมาแต่ไม่มีรายละเอียดครบ ให้ WebSearch หาข้อมูลฉบับเต็มของแหล่งนั้นมายืนยัน
   (ชื่อเรื่องเต็ม สำนักพิมพ์ เลขหน้า URL/DOI) ใช้เฉพาะแหล่งที่ค้นเจอจริงและตรวจสอบได้
2. ถ้าค้นหาแล้วไม่พบข้อมูลที่ขาด ให้ใส่ placeholder ในวงเล็บเหลี่ยม เช่น `[ระบุสำนักพิมพ์]` `[ระบุเลขหน้า]`
   แล้วแจ้งผู้ใช้เป็นรายการชัดเจนตอนส่งมอบว่าจุดไหนต้องเติมเอง

## ขั้นที่ 3 — เลือกรูปแบบ APA 6 หรือ 7 (ต่างกันตรงสถานที่พิมพ์)

APA 7 (ค่าเริ่มต้นของสกิลนี้ ตามคู่มือล่าสุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ปรับปรุง ก.พ. 2568) **ไม่ใส่สถานที่
พิมพ์** เหลือแค่สำนักพิมพ์ ส่วน APA 6 (พบในบางสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยบูรพา) ยังใส่ "สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์"
ถ้าผู้ใช้แนบแบบฟอร์ม/คู่มือของสถาบันมา ให้ยึดรูปแบบที่คู่มือนั้นใช้จริงเหนือค่าเริ่มต้นนี้เสมอ

## ขั้นที่ 4 — จัดรูปแบบแต่ละรายการตามประเภทแหล่ง

**หนังสือ**
> APA 7: ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). *ชื่อเรื่อง* (พิมพ์ครั้งที่ ถ้ามี). สำนักพิมพ์.
> APA 6: ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). *ชื่อเรื่อง* (พิมพ์ครั้งที่ ถ้ามี). สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
> ตัวอย่าง (APA 7): สุวัจน์ ธัญรส. (2558). *ชีววิทยาและการเพาะเลี้ยงหอยนางรม*. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

**บทความวารสารวิชาการ (รวมวารสารผ่าน ThaiJO)**
> ผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความ. *ชื่อวารสาร*, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า. https://doi.org/xxx (หรือ URL ถ้าไม่มี DOI)
> ตัวอย่าง: สุวัจน์ ธัญรส และ ประเสริฐ ทองหนูนุ้ย. (2554). พัฒนาการของเซลล์สืบพันธุ์ แอมบริโอ และตัวอ่อนของ
> หอยแครง *Anadara granosa* (L.). *วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย*, 3(1), 51-60.

**วิทยานิพนธ์/ปริญญานิพนธ์/สารนิพนธ์**
> APA 7: ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). *ชื่อวิทยานิพนธ์* [ระดับปริญญา, ไม่ได้ตีพิมพ์]. ชื่อสถาบัน.
> ตัวอย่าง: อัญชนา เอี่ยมวสันต์. (2555). *แนวทางการพัฒนาชุมชน...* [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต,
> ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.

**เว็บไซต์/แหล่งออนไลน์**
> ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อเรื่อง. ชื่อเว็บไซต์/หน่วยงานเจ้าของ (ถ้ามี). URL
> (ไม่ใส่มหัพภาคปิดท้ายหลัง URL)

**รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ**
> ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความ [เอกสารนำเสนอ]. ชื่อการประชุมสัมมนา, สถานที่จัด, เมืองที่จัด.

**กฎร่วมทุกประเภท**: ชื่อเรื่อง/ชื่อวารสารตัวเอียง (`*...*`) ไม่ใส่เลขลำดับกำกับรายการ ไม่ว่าประเภทไหนก็ตาม

## ขั้นที่ 5 — เรียงลำดับ (กฎที่พลาดบ่อยที่สุด)

**บล็อกภาษาไทยขึ้นก่อนทั้งหมด แล้วตามด้วยบล็อกภาษาอังกฤษ ห้ามสลับปนกันเป็นรายการเดียว**

- รายการภาษาไทย: เรียงตามตัวอักษร ก-ฮ ของ **ชื่อตัวของผู้แต่งคนแรก** (ธรรมเนียมไทย ไม่กลับเป็นนามสกุลนำ)
  ยึดพจนานุกรมภาษาไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน
- รายการภาษาอังกฤษ/ต่างประเทศ: เรียงตามตัวอักษร A-Z ของ **นามสกุลของผู้แต่งคนแรก**
- ผู้แต่งคนเดียวกันมีหลายรายการ: เรียงตามปีพิมพ์จากน้อยไปมาก
- ผู้แต่งคนแรกซ้ำกัน: เรียงตามชื่อผู้แต่งคนที่สอง

## ขั้นที่ 6 — รูปแบบทางกายภาพ

- **ย่อหน้าแบบยื่น (hanging indent)**: บรรทัดแรกชิดขอบซ้าย บรรทัดที่ 2 เป็นต้นไปย่อ 1.25 ซม. (0.5 นิ้ว) —
  นี่คือค่าเริ่มต้น แต่ถ้าผู้ใช้แนบคู่มือสถาบันที่ระบุระยะต่างจากนี้ (พบได้ เช่น 0.63 นิ้ว) ให้ใช้ตามคู่มือนั้นแทน
- ไม่ใส่เลขลำดับกำกับรายการ
- ใช้ font/ระยะบรรทัดเดียวกับเนื้อหาส่วนอื่นของเล่ม (ค่าเริ่มต้น TH Sarabun New 16pt เว้นแต่ผู้ใช้ระบุอื่น)

## ขั้นที่ 7 — ตรวจสอบความครบถ้วน (บังคับ ถ้าใช้หัวข้อ "รายการอ้างอิง"/"เอกสารอ้างอิง")

ไล่เทียบสองทาง:

1. **ทุกการอ้างอิงในเนื้อหา (ผู้แต่ง, ปี) ต้องมีรายการตรงกันในท้ายเล่ม** — ถ้าพบการอ้างอิงในเนื้อหาที่ไม่มี
   รายการรองรับ ให้แจ้งผู้ใช้เป็นรายการชัดเจนว่าขาดแหล่งไหน
2. **ทุกรายการท้ายเล่มต้องถูกอ้างถึงในเนื้อหาจริงอย่างน้อย 1 ครั้ง** — ถ้าพบรายการที่ไม่เคยถูกอ้างในเนื้อหาเลย
   ให้ถามผู้ใช้ว่าต้องการตัดออก หรือต้องการเปลี่ยนหัวข้อเป็น "บรรณานุกรม" แทน (ซึ่งไม่บังคับกฎข้อนี้)
3. **ชื่อผู้แต่งและปีต้องสะกดตรงกันทุกจุด** ระหว่างที่อ้างในเนื้อหากับที่ปรากฏในรายการท้ายเล่ม (จุดพลาดบ่อย
   คือสะกดชื่อ/ปีไม่ตรงกันระหว่างสองที่)

ถ้าใช้หัวข้อ "บรรณานุกรม" ให้ข้ามข้อ 1-2 ได้ (อนุญาตให้มีรายการที่ไม่ได้อ้างในเนื้อหา) แต่ยังคงตรวจข้อ 3

## ส่งมอบ

ถ้าผู้ใช้ต้องการไฟล์ Word ให้ใช้สกิล `docx` จัดรูปแบบตามข้อกำหนดในขั้นที่ 6 **ใส่เครดิตท้ายเอกสารเสมอ**:
บรรทัด **"Made by Sriwit Rujirawatanakul"** ตัวอักษรเล็กกว่าเนื้อหาปกติ แยกจากรายการอ้างอิง ถ้าส่งเป็น
ข้อความในแชท ให้ปิดท้ายด้วยบรรทัดเครดิตเดียวกันนี้เช่นกัน

รายงานผู้ใช้สั้น ๆ ท้ายงานเสมอว่า: ใช้หัวข้อไหน (รายการอ้างอิง/บรรณานุกรม) ใช้ APA รุ่นไหน มีกี่รายการ พบ
ปัญหาความไม่ครบถ้วนกี่จุด (ถ้ามี) และมี placeholder ที่ต้องเติมข้อมูลจริงกี่จุด

## Checklist ก่อนถือว่าเสร็จ

- [ ] เลือกหัวข้อถูกต้องตามที่ผู้ใช้/สถาบันต้องการ (รายการอ้างอิง vs บรรณานุกรม)
- [ ] ไม่มีข้อมูลที่แต่งขึ้นเอง — จุดที่ข้อมูลไม่ครบใช้ placeholder และแจ้งผู้ใช้แล้ว
- [ ] รูปแบบแต่ละรายการตรงกับประเภทแหล่งและรุ่น APA ที่เลือก
- [ ] เรียงบล็อกไทยก่อนอังกฤษ ภายในบล็อกเรียงตัวอักษรถูกต้องตามกฎในขั้นที่ 5
- [ ] ย่อหน้าแบบยื่นถูกต้อง ไม่มีเลขลำดับกำกับ
- [ ] ตรวจสอบ 1:1 กับการอ้างอิงในเนื้อหาแล้ว (ถ้าใช้หัวข้อ "รายการอ้างอิง")
- [ ] มีบรรทัดเครดิตท้ายงาน

<small>Made by Sriwit Rujirawatanakul</small>

