ตัวช่วยซักข้อมูลโครงงานก่อนเริ่มเขียน
หน้าที่ของสกิลนี้
สกิลเขียนบทที่ 1/2/3 (thai-project-chapter1/2/3) ทุกตัวต้องมีข้อมูลพื้นฐานของโครงงานชุดเดียวกันก่อนเริ่ม
เขียน ถ้าไม่มีกลไกกลาง แต่ละสกิลจะถามคำถามชุดเดิมซ้ำทุกครั้งที่ผู้ใช้สลับไปเขียนคนละบท ทำให้ผู้ใช้ต้องตอบคำถาม
เดิมหลายรอบ สกิลนี้แก้ปัญหานั้นด้วยการ ซักครั้งเดียวให้ครบ แล้วบันทึกเป็นไฟล์โปรไฟล์โครงงาน ให้สกิลเขียนบท
อื่นอ่านต่อได้เลย
ไม่ใช่หน้าที่ของสกิลนี้: ห้ามเขียนเนื้อหาบทที่ 1/2/3 เอง แค่เก็บข้อมูลดิบแล้วส่งต่อ
ขั้นตอนการซัก (ถามเป็นชุด ไม่ถามทีเดียวหมดจนผู้ใช้ล้า)
ใช้เครื่องมือถามแบบเลือกตอบ (เช่น AskUserQuestion) กับคำถามที่มีตัวเลือกชัดเจน และถามเป็นข้อความธรรมดา กับคำถามปลายเปิดที่ต้องพิมพ์อธิบาย แบ่งเป็น 3 ชุดตามลำดับด้านล่าง อย่าถามข้าม ชุดถัดไปมักขึ้นกับคำตอบของ ชุดก่อนหน้า
ชุดที่ 1: กรอบโครงงาน (ตอบแล้วรู้ทิศทางคำถามชุดถัดไป)
- ชื่อเรื่อง/แนวคิดโครงงานคร่าว ๆ คืออะไร (ถ้ายังไม่มีชื่อทางการ ให้บรรยายสั้น ๆ ว่าทำอะไรก็พอ)
- ประเภทโครงงาน — เลือกจาก: สิ่งประดิษฐ์/นวัตกรรม, ทดลองวิทยาศาสตร์, พัฒนาโปรแกรม/แอป, สำรวจ/รวบรวมข้อมูล, สังคมศาสตร์, วิจัยในชั้นเรียน/การศึกษา (ข้อนี้กำหนดว่าต้องถามเรื่องตัวแปร/ประชากรใน ชุดที่ 2 หรือไม่)
- ระดับการศึกษา/สถาบัน เช่น มัธยมปลาย ปวช./ปวส. ปริญญาตรี (มีผลต่อความยาวและความเข้มงวดของ เนื้อหาที่สกิลเขียนบทจะใช้)
ชุดที่ 2: เนื้อหาโครงงาน (ปรับคำถามตามประเภทจากชุดที่ 1)
- ปัญหาหรือความต้องการตั้งต้น — สังเกตเจออะไร ที่ไหน เกิดผลกระทบอย่างไร (ให้ผู้ใช้เล่าเป็นข้อความ ยิ่ง เจาะจงยิ่งดี เพราะบทที่ 1 และภาษาราชการต้องอ้างคำเดิมนี้ซ้ำตลอดทั้งเล่ม)
- สิ่งที่จะลงมือทำ/สร้าง/ทดลอง เพื่อแก้ปัญหานั้นคร่าว ๆ
- ตัวแปรหรือองค์ประกอบหลัก (ถามเฉพาะเมื่อประเภทเป็นทดลองวิทยาศาสตร์/สิ่งประดิษฐ์ที่มีการทดสอบเชิง เปรียบเทียบ) — ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม (ถ้ายังตอบไม่ได้ตอนนี้ ข้ามไปได้ สกิลเขียนบทจะช่วยคิด ต่อระหว่างเขียนจริง)
- กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ได้รับผลกระทบ ของปัญหาและของผลงาน (ถามเฉพาะเมื่อโครงงานเกี่ยวข้องกับคน เช่น สำรวจ สังคมศาสตร์ หรือทดสอบระบบกับผู้ใช้จริง)
ชุดที่ 3: ขอบเขตและข้อกำหนดของสถาบัน
- ระยะเวลาที่มี สำหรับทำโครงงาน (เดือน/สัปดาห์ที่เริ่ม-จบ)
- มีแบบฟอร์ม/เทมเพลตของสถาบันหรือไม่ (เช่นไฟล์ .docx/.dotx ที่ครูกำหนด) — ถ้ามี ขอให้แนบไฟล์มาด้วย เพราะจะใช้แทนค่าเริ่มต้นของสกิลเขียนบททุกจุด (ลำดับหัวข้อ ความยาวขอบเขต รูปแบบอ้างอิง)
- มีไฟล์ข้อมูลจริงประกอบหรือไม่ เช่นผลสำรวจ/แบบสอบถามเป็น Excel/CSV ข้อมูลผลการเรียน — ถ้ามี ให้ระบุ ชื่อไฟล์/ตำแหน่งไว้ (สกิลเขียนบทจะเปิดอ่านไฟล์จริงเสมอ ไม่ใช้ตัวเลขที่พิมพ์บอกมาตรง ๆ)
ถ้าผู้ใช้ตอบข้อมูลมาในข้อความเดียวจนครบทุกข้อแล้ว ให้ข้ามการถามซ้ำ สรุปกลับไปให้ผู้ใช้ยืนยันแทน
สร้างไฟล์โปรไฟล์โครงงาน
เมื่อได้ข้อมูลครบ (หรือครบเท่าที่ผู้ใช้ตอบได้ ณ ตอนนี้) ให้บันทึกเป็นไฟล์ Markdown ชื่อ
โปรไฟล์-[ชื่อโครงงานแบบย่อ].md ในโฟลเดอร์ทำงานของผู้ใช้ โครงสร้างไฟล์:
# โปรไฟล์โครงงาน: [ชื่อเรื่อง]
- ประเภทโครงงาน: [...]
- ระดับการศึกษา/สถาบัน: [...]
- ปัญหา/ความต้องการตั้งต้น: [...]
- สิ่งที่จะลงมือทำ/สร้าง/ทดลอง: [...]
- ตัวแปรต้น/ตาม/ควบคุม: [... หรือ "ยังไม่ระบุ"]
- กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ได้รับผลกระทบ: [... หรือ "ไม่เกี่ยวข้อง"]
- ระยะเวลาที่มี: [...]
- แบบฟอร์ม/เทมเพลตสถาบัน: [ชื่อไฟล์แนบ หรือ "ไม่มี ใช้ค่าเริ่มต้นของสกิล"]
- ไฟล์ข้อมูลจริงประกอบ: [ชื่อไฟล์ หรือ "ไม่มี"]
<small>Made by Sriwit Rujirawatanakul</small>
ช่องไหนที่ผู้ใช้ยังตอบไม่ได้ ให้ใส่ [ยังไม่ระบุ] แทนการเดา — ห้ามเติมข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้ให้มาโดยเด็ดขาด (หลัก
การเดียวกับ "ห้ามคิดข้อมูลขึ้นเอง" ในสกิลเขียนบท)
ส่งต่อให้สกิลเขียนบท
หลังบันทึกไฟล์โปรไฟล์เสร็จ ให้ถามผู้ใช้ว่าต้องการให้เริ่มเขียนบทไหนต่อ (บทที่ 1, 2, หรือ 3) แล้วเรียกใช้สกิล
thai-project-chapter1, thai-project-chapter2, หรือ thai-project-chapter3 ตามที่เลือก โดยส่งต่อเนื้อหาใน
ไฟล์โปรไฟล์เป็นบริบทให้สกิลนั้นใช้ทันที ไม่ต้องให้สกิลเขียนบทถามคำถามชุดเดิมซ้ำอีก เว้นแต่ข้อมูลในโปรไฟล์
มีช่องที่ยังเป็น [ยังไม่ระบุ] และจำเป็นต้องใช้กับบทที่กำลังจะเขียนจริง ๆ
Made by Sriwit Rujirawatanakul